เมอร์ไลออนที่เกาะเซนโตซ่า ยืนท้าแดดลมฝนมานานหลายทศวรรษ
"สิงคโปร์" เกาะเล็กๆ ที่อยู่ติดกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นอีกที่หนึ่งที่ผู้คนจากทั่วสารทิศแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย ไม่เพียงเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านเชื้อชาติ และวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงความพยายามที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอาเซียนด้วย
มร.เอส อิสวาราม รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทยของสิงค์โปร์ บอกว่าปี2554 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไปเยือนสิงค์โปร์ 13.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2553 โดยมียอดรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 22.2 พันล้านเหรีญสิงค์โปร์ เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่แล้ว ทำให้เชื่อว่าสิงค์โปร์จะเป็นตลดท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาค
สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือการเร่งต่อเติม เสริมเติมแต่งและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างขนานใหญ่ของสิงค์โปร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต
รัฐบาลสองค์โปร์อนุมัติงบประมาณกว่า 905 ล้านเหรียญสิงค์โปร์ เพื่อใช้ในการสนับสนุนกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว(Tourism Development Fund) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการและการจัดงานอีเวนต์
ฟังคำบอกเล่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องเดินทางไปเยือนสิงค์โปร์ โดยคำเชิญของ บริษัทคังเซน ประเทศไทย จำกัด ซึ่งก็ทำให้ได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากสายการบินที่มีให้บริการอย่างหลากหลายแล้วการเดินทางโดยรถไฟจากจังหวัดยะโฮร์ ของมาเลเซียไปยังสถานี Woodlands ของสิงค์โปร์ ก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่รวมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็กๆ โดยรถไฟฟ้า รถเมล์ที่สะดวกสบาย ประมาณว่าใช้บัตรใบเดียวเที่ยวได้ทั่วสิงค์โปร์
บัตรที่ว่านั้น หมายถึง Ez-Link ที่ขึ้นได้ทั้งรถเมลล์ รถไฟใต้ดิน เชื่มต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ อย่างเช่น ที่เกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งมีเมอร์ไลอน(Merlion)ตัวพ่อยืนผงาดต้อนรับผู้มาเยือน ขณะที่ตัวแม่และลูกจะอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงค์โปร์ ที่มีสะพานยื่นออกไปเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มายืนถ่ายภาพเป็นที่ระลึกทั้งในยามพระอาทิตย์ตก
สถานที่สวยงามอีกแห่งคือ อ่าวมาริน่า หรือมาริน่า เบย์ แซนด์ ( Marina Bay Sand ) โรงแรมหรูที่สุดในสิงค์โปร์เป็นตึกที่รูปร่างคล้ายเรือ ที่มีห้องพักกว่า 2561 ห้อง และพลาดไ่ได้คือชั้นที่57 ของโรงแรมซึ่งเป็นจุดชมวิว ที่มีทัศนียภาพอันสวยงาม ฉากด้านหลังของที่นี่เป็นโรงละครเอสพลานาด อันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างคล้ายหนามทุเรียน ถือเป็นโรงละครริมชายหาดที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากๆของสิงค์โปร์ คล้ายๆกับโอเปร่า เฮาสืของออเตรเลียเลยทีเดียว
และที่นี่เองที่รัฐบาลสิงค์โปร์ร่วมกับลาสเวกัส แซนด์ คอร์เปอร์เรชั่น เนรมิตอ่าวมาริน่า ให้ป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยมีโรงแรมที่มีห้องพักสุดหรูกว่า 2560 ห้อง กาสิโนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถจุคนได้ราว 15,000 คน มีโต๊ะ เกมต่างๆ 500 โต๊ะ ตู้สลอต 1,500 ตู้ เป็นจุดขายกระตุ้นต่อมอยากขงนักท่องเที่ยวที่พิสมัย แสงสีและการเสี่ยงดวงให้แวะมาสัมผัส
ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ เราเดินทางตรงสู่ สิงค์โปร์ ฟลายเออร์ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ที่สร้างเลียนแบบลอนดอนอาย ของอังกฤษ ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของห้างรีเทลเทอร์มินอล ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเกาะสิงคืโปรื เพราะสามารถชมวิวรอบเกาะได้ 360 องศาบนความสูงกว่า 165 เมตร
ชิงช้าสวรรค์สิงค์โปร์ ฟลายเออร์มีรูปร่างเป็นแคปซูล โดย 1 แคปซูลสามารถจุคนได้ถึง28 คน ใช้เวลาหมุน 1รอบประมาณ 30 นาที เป็น 30 นาทีที่เพลิดเพลินไปกับการชมวิวรอบเกาะสิงค์โปร์ ที่นี่นอกจากจะเป็นที่ตั้งของ วัดพระเขี้ยวแก้ว วัดซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถัง ภายใต้ศิลปะแบบยุโรปแบบบุโรพุทโธแล้ว ยังเป็นที่ที่เรามีโอกาสลิ้มรสอาหารเลิศรสตามแบบฉบับของชาวจีน ไม่ว่จะเป็นข้าวมันไก่สิงค์โปร์บักกุดเต๋ และปูผัดพริกไทยดำต้นตำรับ Peper Crap ปูทะเลตัวโตๆผัดพริกและซอส อร่อยอย่าบอกใครเชียว
กินอิ่มนอนหลับเต็มที่แล้ว โปรแกรมสำคัญอีกโปรแกรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ ยูนิเวร์แซล สตูดิโอ สิงค์โปร์ ที่ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า อาณาจักร ความบันเทิงระดับโลก มีเครื่องเล่นถึง 24 ชนิด แบ่งเป็นโซน อาทิ เมืองไซไฟ ที่สุดของรถไฟเหาะรางคู่ ทั้งหวาดเสียวและสูงที่สุดในโลก ด้วยระดับความสูง 42.5 เมตร โดยจำลองจากซีรีย์ชื่อดัง แบทเทิลสตาร์ กาแล็กติกา โซนเดอะลอส์ตเวิร์ล หรือดินแดนจูลาสิคปาร์คที่พาย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์ ที่ไดโนเสาร์ อาจะโผล่มาหาเราได้ตลอดถ้าเข้าสู่เขตหวงห้าม
ปิดท้ายโปรแกรมท่องเที่ยวคราวนี้ไม่พลาดการชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายที่ถนน ออชาร์ด ถนนที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าหลายแห่งให้เลือกช็อปอย่างจุใจ พอกลับเข้าถึงโรงแรมได้รู้ว่ากระเป๋าฉีกไปถึงไหนๆ
ด้วยพื้นที่ทั้งเกาะเพียง 697 ตรางกิโลเมตร แต่สงค์โปรืก็พยายามที่จะจัดสรรและบริการจัดการพื้นที่จะจัดสรรและบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ทำให้เราต้องหันมาดูพื้นที่ 513,115 ตร.กม. มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก ของประเทศไทยกันบ้างแล้วว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน และดึงเงินเข้าประเทศเพื่อให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปาก... กันบ้าง
จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 5/5/55 (เที่ยวตามตะวัน)